ต้นทุนเปิดร้านตู้ถ่ายรูป มีค่าอะไรบ้างที่ต้องเตรียม
· ทีม Kasha

ถ้าคุณกำลังคิดจะเปิดร้านตู้ถ่ายรูป คำถามแรกที่น่าจะอยู่ในหัวคือ "ต้องใช้เงินเท่าไหร่" คำตอบที่ตรงที่สุดคือขึ้นอยู่กับว่าคุณเลือกทางไหน บทความนี้เลยไม่ให้ตัวเลขรวมก้อนเดียว แต่จะไล่ให้ดูทีละหมวดว่ามีค่าอะไรบ้าง หมวดไหนเป็นเงินก้อนแรก หมวดไหนจ่ายทุกเดือน และหมวดไหนขึ้นกับจำนวนลูกค้า คุณจะได้เอาไปกรอกตัวเลขของตัวเองได้
ต้นทุนเปิดร้านตู้ถ่ายรูป แบ่งเป็นกี่ก้อน
แบ่งง่าย ๆ เป็นสามก้อน
- เงินลงทุนครั้งแรก คือค่าตู้หรืออุปกรณ์ ค่าติดตั้งโปรแกรม และค่าตกแต่งร้าน จ่ายครั้งเดียวตอนเริ่ม
- ค่าใช้จ่ายประจำเดือน คือค่าเช่าที่ ค่าไฟ ค่าอินเทอร์เน็ต และค่าโปรแกรม จ่ายทุกเดือนไม่ว่าจะขายได้มากหรือน้อย
- ต้นทุนต่อรูป คือกระดาษ หมึก และค่าธรรมเนียมรับเงิน ยิ่งขายได้มาก ก้อนนี้ยิ่งโตตาม
ก้อนแรกเห็นชัดที่สุดจึงดูง่าย แต่ก้อนที่สองคือตัวที่บอกว่าแต่ละเดือนต้องขายได้เท่าไหร่ถึงจะไม่ขาดทุน ส่วนก้อนที่สามจะบอกว่าตั้งราคาต่อรอบแล้วเหลือกำไรจริงเท่าไหร่
ค่าตู้ถ่ายรูปและอุปกรณ์
ตรงนี้เป็นก้อนที่ใหญ่ที่สุด และเป็นจุดที่คุณต้องเลือกทางก่อน
ทางแรก ซื้อตู้สำเร็จรูป จากการสำรวจราคาที่ผู้ขายเปิดเผยไว้ Easy Interactive ขายขาดตู้ Photoautomat ราคาเริ่มต้น 189,900 บาทสำหรับตู้แท่ง และ 200,000 บาทสำหรับตู้ห้อง โดยระบุว่าผู้ซื้อได้เป็นเจ้าของทั้งฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ ผู้ขายรายอื่นที่เราดู เช่น Imageautomat ไม่ได้แสดงราคาบนเว็บ ให้ขอใบเสนอราคาโดยตรง ข้อดีของทางนี้คือได้ของครบในก้อนเดียว ข้อที่ต้องถามผู้ขายคือ เปลี่ยนอุปกรณ์ข้างในเองได้แค่ไหน
ทางที่สอง เลือกอุปกรณ์เอง แล้วใช้โปรแกรมแยก คุณต้องมีอย่างน้อย
- ปริ้นเตอร์พิมพ์รูป
- กล้อง
- จอสัมผัส สำหรับให้ลูกค้ากดเลือกและจ่ายเงิน
- mini PC สำหรับรันโปรแกรม
- ไฟ
- โครงตู้หรือฉาก
ราคาแต่ละชิ้นต่างกันมากตามรุ่น เราจึงไม่ใส่ตัวเลขกลางไว้ให้ เพราะจะทำให้เข้าใจผิดได้ง่าย วิธีที่ดีกว่าคือเลือกรุ่นที่สนใจ แล้วขอราคาจากร้านจริงสองสามร้าน ส่วนปริ้นเตอร์ซึ่งเป็นชิ้นที่มีผลกับต้นทุนต่อรูปมากที่สุด เราเขียนวิธีเลือกไว้ในบทความเรื่องเลือกปริ้นเตอร์
ถ้ายังตัดสินใจไม่ได้ว่าจะเอาทางไหน ลองอ่านซื้อตู้สำเร็จรูป หรือซื้อเครื่องเองก่อน
ค่าโปรแกรมตู้ถ่ายรูป
ตู้สำเร็จรูปบางเจ้าขายรวมโปรแกรมมาในตัว ให้ถามผู้ขายว่าราคารวมโปรแกรมหรือไม่ ถ้าคุณเลือกอุปกรณ์เอง ก็ต้องมีโปรแกรมที่ทำหน้าที่รับเงิน ถ่ายรูป จัดเลย์เอาต์ สั่งพิมพ์ และส่งรูปให้ลูกค้า
ถ้าใช้ Kasha ค่าโปรแกรมเริ่มต้น ฿1,490 ต่อตู้ต่อเดือน มี 3 แพ็กเกจให้เลือกตามฟีเจอร์ที่ใช้ และไม่มีสัญญาขั้นต่ำ ค่ารายเดือนเท่าเดิมทุกเดือนจึงวางแผนงบได้ง่าย ดูรายละเอียดเพิ่มที่หน้าราคา
ค่าติดตั้งโปรแกรม
เวลาเลือกอุปกรณ์เอง โปรแกรมต้องถูกตั้งให้เข้ากับปริ้นเตอร์ กล้อง และจอรุ่นที่คุณใช้ ของ Kasha คิดค่าติดตั้งครั้งเดียว
- ฿4,900 สำหรับรุ่นที่เราเคยทำแล้ว
- เริ่มต้น ฿9,900 สำหรับรุ่นที่เรายังไม่เคยทำ
งานติดตั้งทำแบบรีโมต ถ้าต้องการให้ไปหน้างาน คุยราคากันทาง LINE เป็นกรณีไป คำแนะนำคือส่งรุ่นที่เล็งไว้มาให้เราดูก่อนซื้อของ คุณจะรู้ตั้งแต่ต้นว่าก้อนนี้เป็นเท่าไหร่
ค่าเช่าที่ ค่าไฟ และอินเทอร์เน็ต
ค่าเช่าที่เป็นตัวแปรที่ต่างกันได้มากในแต่ละร้าน ห้างใหญ่ ตลาดนัด คาเฟ่ หรือร้านของตัวเอง เงื่อนไขไม่เหมือนกันเลย บางที่คิดเป็นค่าเช่าคงที่ บางที่ขอแบ่งยอดขาย สิ่งที่ควรถามเจ้าของพื้นที่ให้ชัดก่อนเซ็นมีประมาณนี้
- ค่าเช่ารวมค่าไฟหรือยัง ถ้าไม่รวม คิดค่าไฟยังไง
- มีอินเทอร์เน็ตให้ไหม หรือต้องติดเอง
- สัญญาขั้นต่ำกี่เดือน ต้องวางมัดจำเท่าไหร่
- ย้ายตำแหน่งตู้ได้ไหม ถ้าจุดเดิมคนเดินผ่านน้อย
เรื่องอินเทอร์เน็ตสำคัญกว่าที่คิด ตู้ที่รับเงินออนไลน์และส่งรูปผ่าน QR ต้องต่อเน็ตตลอด ถ้าที่นั้นไม่มีเน็ตที่เสถียร ก็ต้องนับค่าเน็ตมือถือหรือเราเตอร์แยกเข้าไปด้วย
ค่ากระดาษและหมึก ต้นทุนต่อรูป
ทุกครั้งที่ตู้พิมพ์รูป คุณเสียค่ากระดาษกับหมึกหนึ่งชุด วิธีคิดง่ายที่สุดคือเอาราคาชุดกระดาษและหมึกหารด้วยจำนวนรูปที่พิมพ์ได้จากชุดนั้น ได้เป็นต้นทุนต่อแผ่น แล้วคูณด้วยจำนวนแผ่นที่พิมพ์ในหนึ่งรอบ
ถ้าตู้พิมพ์แถบ 2×6 ได้โดยตัดจากรูป 4×6 หนึ่งแผ่น ต้นทุนต่อแถบจะเหลือครึ่งหนึ่งของต้นทุนต่อแผ่น เรื่องนี้ขึ้นกับรุ่นปริ้นเตอร์ รายละเอียดอยู่ในบทความเลือกปริ้นเตอร์
อย่าลืมเผื่อรูปที่พิมพ์เสีย พิมพ์ทดสอบ และรูปที่ให้ลูกค้าฟรีตอนมีปัญหาไว้ด้วย ตัวเลขนี้ไม่มีใครบอกได้แน่นอน ให้จดจริงจากร้านตัวเองในเดือนแรก ๆ
ค่าธรรมเนียมรับเงิน
ถ้าลูกค้าจ่ายที่ตู้ผ่านช่องทางออนไลน์ จะมีค่าธรรมเนียมของผู้ให้บริการรับเงินทุกครั้ง กับ Kasha เงินเข้าบัญชี Stripe ของร้านคุณเองโดยตรง และร้านเป็นคนจ่ายค่าธรรมเนียมของ Stripe อัตราล่าสุดดูได้ที่หน้าราคาของ Stripe ให้นับก้อนนี้เป็นต้นทุนต่อรอบ เหมือนค่ากระดาษ
การเปิดใช้งานจริงต้องมีบัญชี Stripe และโดเมนของร้านเอง ถ้ายังไม่มีโดเมน ก็นับค่าจดโดเมนรายปีเข้าไปในงบด้วย
ค่าตกแต่งและการตลาด
ตู้ที่ดูดีทำให้คนอยากเดินเข้ามาถ่าย ค่าตกแต่ง ป้าย พร็อพ และฉากหลังเลยเป็นค่าใช้จ่ายที่ไม่ควรตัดทิ้ง แม้จะคุมงบได้ง่ายกว่าหมวดอื่น ส่วนการตลาด เช่น ยิงโฆษณาหรือแจกคูปองช่วงเปิดร้าน ให้ตั้งเพดานไว้ก่อนว่าเดือนแรกจะใช้เท่าไหร่ แล้วดูผลจริงก่อนจะเพิ่ม ถ้าใช้ Kasha คุณสร้างคูปองส่วนลดและตั้งราคาแยกตามสาขาได้จากหลังบ้าน
ทำงบเปิดร้านตู้ถ่ายรูปยังไงไม่ให้พลาด
ลองทำตารางง่าย ๆ สามช่องตามสามก้อนข้างบน แล้วตอบคำถามเหล่านี้ด้วยตัวเลขของคุณเอง
- เงินลงทุนครั้งแรกรวมเท่าไหร่ ถ้าต้องเผื่อเงินสำรองไว้ซ่อมหรือเปลี่ยนอุปกรณ์ ควรเผื่อเท่าไหร่
- ค่าใช้จ่ายประจำเดือนรวมเท่าไหร่
- ต้นทุนต่อรอบเท่าไหร่ ตั้งราคาต่อรอบไว้เท่าไหร่ เหลือส่วนต่างต่อรอบเท่าไหร่
- ต้องขายได้กี่รอบต่อเดือน ส่วนต่างถึงจะพอจ่ายค่าใช้จ่ายประจำ
ข้อสุดท้ายคือตัวเลขที่สำคัญที่สุด เพราะมันบอกว่าทำเลที่คุณเล็งไว้มีคนพอหรือเปล่า ถ้าคิดแล้วต้องขายวันละหลายสิบรอบในที่ที่คนเดินผ่านน้อย ก็ควรกลับไปทบทวนทำเลหรือขนาดของการลงทุนก่อน
ไม่มีใครรับประกันได้ว่าร้านจะคืนทุนเมื่อไหร่ ร้านที่วางแผนดีคือร้านที่รู้ตัวเลขของตัวเองชัด และพร้อมปรับตามยอดจริงในช่วงแรก
สรุป
ต้นทุนเปิดร้านตู้ถ่ายรูปไม่ได้มีแค่ค่าตู้ ให้แยกเป็นเงินลงทุนครั้งแรก ค่าใช้จ่ายประจำเดือน และต้นทุนต่อรูป แล้วกรอกตัวเลขจริงจากใบเสนอราคาและเงื่อนไขของทำเลที่คุณเล็งไว้ ถ้าคุณกำลังเลือกระหว่างตู้สำเร็จรูปกับการซื้อเครื่องเอง หรืออยากรู้ว่าอุปกรณ์ที่เล็งไว้เข้าค่าติดตั้งแบบไหน ส่งรุ่นมาให้เราดูได้เลย
อยากให้ช่วยดูงบกับรุ่นอุปกรณ์ ทักมาคุยกันได้
ทัก LINE